อัพเกรดนิสัยการทำงานที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้!!

แชร์บทความ

เคยไหม? นึกย้อนกลับไปสมัยทำงานใหม่ๆ ที่แรก…แล้วก็เสียดาย เพราะทำงานไม่เป็น ไม่รู้วิธีบริหารจัดการ เรียงลำดับความสำคัญของงานไม่ได้ โดนความขี้เกียจครอบงำจนหัวหน้าด่า พลอยทำให้เหนื่อยล้าทางกายและจิตใจ 

จนนำไปสู่ความคิด “น่าจะรู้อย่างนี้ตั้งแต่ตอนเริ่มทำงาน(ที่แรก)”

เพราะความจริงแล้วมันมี “เทคนิคอัพเกรดการทำงาน” ที่ช่วยเรื่องพวกนี้ได้โดยตรง มาเริ่มเอาตอนนี้อาจจะสายไปหน่อย…แต่ก็ไม่สายเกินไป

พื้นฐาน Mindset ที่ควรต้องมี

ก่อนไปอัพเกรดผลลัพธ์การทำงานภายนอก เราต้องวางรากฐาน Mindset ภายในให้ดีก่อนด้วย 

เคล็ดลับที่จะพูดถึงจากนี้ มักฟังเป็นเรื่องเล็กๆ Minor ซะเหลือเกิน (บางคนมองว่าไร้สาระด้วยซ้ำ) แต่เพราะการ “เปลี่ยนแปลงเล็กๆ แต่ต่อเนื่อง” (Small but consistent) นี่เอง คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในปลายทาง 

A picture containing dart, projectile

Description automatically generated

ในอีกมุมหนึ่ง เพราะพวกเราคนส่วนใหญ่ไม่ใช่ Elon Musk หรืออัจฉริยะเพียง 0.0001% ของโลก วิธีที่เราพอจะ “ทำได้” ในทางปฏิบัติทุกวี่ทุกวันก็คือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้นี่เอง

เคล็ดลับอัพเกรดการทำงานเห่ล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากองค์ความรู้ด้าน พฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral science) ซึ่งสอดคล้องกับลักจิตวิทยาและการทำงานของสมองมนุษย์ แถมยังประยุกต์ใช้ได้ทั่วไปด้วย

แล้วเทคนิคอัพเกรดการทำงานมีอะไรบ้าง? อ่ย่ารอช้า ตามไปดูกัน!

2-Minute Rule

เทคนิคนี้บอกเราว่า ถ้ามีงานไหนที่ใช้เวลา “ไม่เกิน 2 นาที” ในการทำให้เสร็จ…เราก็ควรทำมัน “เดี๋ยวนี้” เลย (เช่น เขียนตอบอีเมลลูกค้า) ก่อนจะพบว่า อีกแค่ 2 นาทีข้างหน้า งาน 1 งานได้เสร็จไปแล้ว

เราจะสังเกตว่า 2-Minute Rule ไม่ใชเทคนิคที่ใช้ทำงานสำคัญ แต่เป็นเทคนิคการทำงานที่ใช้กำจัด “ผัดวันประกันพรุ่ง” ต่างหาก หรือก็คือ ใช้ป้องกันความ “ขี้เกียจ” ของตัวเรานั่นเอง

นอกจากนี้ มันยังทำหน้าที่ได้ดีในการเป็น Trigger ตัวกระตุ้นไปสู่งานที่สำคัญกว่าอื่นๆ ประมาณว่า เริ่มทำงานไปนิดหน่อยแล้วเกิด  “เครื่องติด” มีพลังมีไฟในการลุยงานยาวๆ แล้วทีนี้

5-Second Rule

แต่ถ้า 2-Minute Rule ยังสลัดความขี้เกียจของคุณไม่ได้ ยินดีให้รู้จักกับ 5-Second Rule ที่บอกว่า ถ้าคุณดันมีไอเดียบรรเจิดเด้งขึ้นมาในหัว ให้คุณ “นับถอยหลัง 5-4-3-2-1” แล้วลงมือทำทันที!!

A hand holding a pocket watch

Description automatically generated with medium confidence

5-Second Rule บอกเราว่า ไอเดียหรือแรงยันดาลใจในการทำอะไรแทบจะไร้ความหมายไปเลย้ามันไม่มีการ “ลงมือทำ” ตามมาจากนั้น สุดท้ายแล้วนวัตกรรมดีงามจะเกิดขึ้นได้ก็มาจากการลงมือทำ

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับกระบวนการเกิดของ “ความคิดสร้างสรรค์” ด้วย อย่างที่เรารู้กันว่า บางทีไอเดียธุรกิจเจ๋งๆ มันแว่บของมันเองขึ้นมาในหัวของเรา โดยถ้าเราไม่รีบจดบันทึกหรือต่อยอดลงมือทำอะไรซักอย่าง…มันจะหายไปอย่างน่าเสียดาย 

ASMR Sound

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชอบเปิดเพลง Jazz บรรเลงไประหว่างนั่งทำงาน คุณจะต้องชอบ “ASMR Sound” ซึ่งอาจเป็นขั้นกว่าที่ช่วยการทำงาน

ASMR ย่อมาจาก “Autonomous sensory meridian response” หรือ อาการตอบสนองต่อประสาทรับรู้ความรู้สึกแบบอัตโนมัติ กล่าวคือ เป็นเสียงธรรมชาติรอบตัวที่เราได้ยินซึ่งล้วนนำไปสู่ความรู้สึกแบบ “ผ่อนคลาย” เช่น

  • เสียงคลื่นทะเลซัดชายฝั่ง
  • เสียงฝนตกปรอยๆ ริมกระจก
  • เสียงนกร้องในตอนเช้า
  • เสียงหมอกำลังนวดศรีษะเรา
A person wearing glasses and headphones

Description automatically generated with medium confidence

ASMR Sound กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา (จากวิกฤติโควิด-19) เพราะมันาเราไปสัมผัสความสุขสมทางอารมณ์ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ตอนนั่งคิดงาน เยียวยาจิตใจหลังถูกหัวหน้าด่า ผ่อนคลายร่างกายหลังเหนื่อยล้ามาทั้งวัน จนไปถึงช่วยประสิทธิภาพการนอนหลับด้วย!!

Rule of Three

ใช้คอมโบกับ To-Do List (ที่เรามักทำกันปกติอยู่แล้ว) แต่เป็นการ “เลือก” เฉพาะเจาะจงออกมาแค่ “3 งาน” เท่านั้นที่สำคัญที่สุดและคุณต้องทำให้ ที่สำคัญ ไม่ใชแค่งานที่ “ทำเสร็จ” แต่ควรเป็นงานที่ “ทำสำเร็จ”

สาเหตุที่เป็น 3 งาน เพราะสมองคนเรา “โฟกัส” ได้เต็มที่ไม่เกิน 3 อย่าง ถ้ามากเกินกว่านั้น…ก็ยังพอทำได้ แต่ประสิทธิภาพจะลดลง

เรายังสามารถประยุกต์ Rule of Three (ในแง่การโฟกัสของสมอง) ไปเสริมเรื่องอื่นๆ ในการทำงานได้ด้วย เช่น 

  • พรีเซนท์ประเด็นสำคัญไม่เกิน 3 เรื่อง
  • นำเสนอ Key message แคมเปญการตลาดไม่เกิน 3 คำ
  • เจรจากับคู่ค้าด้วยข้อต่อรองไม่เกิน 3 เงื่อนไข

Time Blocking

เทคนิคทำงานหลักของ Elon Musk เป็นการแบ่งเวลาการทำงานในเรื่องต่างๆ ออกเป็น “บล็อคเล็กๆ” ในเวลาจำกัด เช่น 

  • 8 นาที เรื่องตอบอีเมล
  • 22 นาที ตัดต่อวิดีโอ
  • 13 นาที ประชุมทีม
A hand holding a watch

Description automatically generated with medium confidence

Time Blocking ช่วยเราให้ระลึกอยู่เสมอว่า งานทุกอย่างมี “หมดเวลา” ในการทำ ไดเท่าไรก็เท่านั้น  ช่วยตีกรอบให้เราไม่ล่วงเลยเวลาไปเรื่อยเปื่อย

และเป็นการประยุกต์ใช้โดยตรงจากกฎ “Parkinson’s Law” ที่ว่า คนเรามีแนวโน้มจะทำงานอะไรก็ตามเท่าที่มีเวลาให้กับงานนั้นๆ ถ้ามี 60 นาทีก็ทำ 60 นาทีเต็มที่ แต่ถ้ามีแค่ 20 นาทีก็จะรีบเร่งทำภายใน 20 นาที

Naming

หรือการนิยาม “ตั้งชื่อ” ให้คำเรื่องใดก็ตาม ถือเป็น “จริต & ศิลปะ” ในการสื่อสารขั้นแอดวานซ์ก็ว่าได้ 

Naming ใช้ได้แทบทุกเรื่องไม่ว่าจะ กฎการทำงานในสไตล์ตัวเอง / เทคนิคการวิเคราะห์ / ขั้นตอนการทำงาน / กระบวนการคิด / กลยุทธ์ต่างๆ พูดแบบนี้อาจยังนึกภาพไม่ออก เราไปดูตัวอย่างกัน

A person giving a presentation

Description automatically generated with low confidence

เช่น แทนที่จะบอกว่า “อย่าทำอะไรซ้ำซากเดิมๆ แต่ให้สร้างระบบขึ้นมาช่วยลดเวลา” ก็ตั้งชื่อกฎซะเลยว่า “DRY Technique”  ย่อมาจาก “Don’t Repeat Yourself” อย่าทำงานอะไรโดยต้องเริ่มใหม่ทุกอย่าง แต่ให้สร้างระบบ/template ขึ้นมา ตัวอย่างง่ายๆ เช่น การออกแบบรูปภาพ ก็ให้สร้าง Artwork template ของทีมรอไว้เลย

หรือการบอกให้คนอื่น “ทำน้อยแต่ได้มาก” ก็อาจพลิกแพลงไปเป็น “กฎ 80-20” ผลลัพธ์ 80% มาจากการทำงานสำคัญค่ 20% เท่านั้น

De-Stress Nighttime Routine

สุดท้ายแล้วผลลัพธ์การทำงานที่ดีเยี่ยมของวันนี้ มีต้นกำเนิดมาจาก “เมื่อคืน”

การทำให้กลางคืนเรานอนหลับพักผ่อนได้ดี จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการทำงานในวันพรุ่งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ วิธีที่ได้ผลมากคือ “De-Stress Nighttime Routine” เป็นกิจวัตรที่จะลดความเครียดช่วงก่อนนอน เพื่อให้นอนหลับได้เต็มที่ที่สุด ตัวอย่างเช่น

  • ลดปริมาณแอลกอฮอล์ตอนเย็น เพราะมันจะไปมีผลต่อ “คุณภาพ” การนอน ดื่มเยอะไปอาจทำให้หลับยากหรือตื่นมากลางดึกบ่อย
  • อาบน้ำอุ่นๆ ก่อนนอน เพราะช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายและทำให้สดชื่น
  • ลดการสมผัส “แสงสีฟ้า” (Blue light) ที่ปล่อยออกมาจากมือถือและแสงไฟในห้อง เพราะแสงสีฟ้าจะไปกรตุ้นให้สมองคิดว่ายังเป็นช่วง “กลางวัน” และทำให้กระปรี้กระเปร่าจนนอนหลับยากขึ้น
  • สุดท้ายคือการ “นั่งสมาธิ” เงียบๆ ซัก 10-15 นาทีก่อนนอน ปรับสภาพแวดล้อมให้เงียบที่สุด มืดที่สุด ไม่มีสิ่งรบกวนใจ นี่คือ “Mindful Detox” ที่เรียบง่ายแต่ได้ผลดีที่สุดก็ว่าได้

ทั้งหมดนี้คือ “เทคนิคอัพเกรดชีวิตการทำงาน” ที่ไม่ว่าใครก็เริ่มทำได้ง่ายๆ แม้สมัยก่อนเราเคย “น่าจะรู้อย่างนี้” แต่เมื่อตอนนี้เรา “รู้แล้ว” ก็น่าจะช่วยให้อนาคตการทำงานราบรื่นขึ้น อย่างน้อยที่สุด ก็ทำงานอย่างมีความสุขขึ้นแน่นอน

.

ทำ “แบบประเมินอาชีพ” จาก CareerVisa เพื่อค้นหาอาชีพที่ใช่ งานที่ชอบ…จะได้มีความสุขในการทำงานทุกๆ วัน >>> https://www.careervisaassessment.com/five-shades-assessment-th/

ยังไม่รู้จะหางานอะไรดี? รีบเข้าไปที่ >>> www.careervisaassessment.com

ทำ Resume แบบมืออาชีพได้ง่ายๆ ที่ >>> https://myrightcareer.net/

อ้างอิง


แชร์บทความ