📰 บทความทั้งหมด

McLuhan’s Questions: ไอเดียเกิดเพราะ 4 คำถามเหล่านี้
Marshall McLuhan เป็นนักปรัชญาจาก University of Toronto ผู้ทำนายว่าจะเกิด World Wide Web ขึ้นก่อนหน้าจริงถึง 30 ปี และเป็นผู้วางรากฐานแนวคิดการสื่อสารยุคใหม่ เขายังเคยที่ปรึกษาให้แก่บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ เช่น IBM และ AT&T ปัจจุบัน หลายคนรู้จักเขาในฐานะ “McLuhan’s Questions” กระบวนการคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอนที่เขาใช้เป็นประจำในการทำงานด้านการสื่อสาร แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ กลับนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจอื่นได้แทบทุกเรื่อง และทำให้เราเข้าใจภาพรวมสถานการณ์ เห็นจุดอ่อนช่องโหว่ เปิดประตูสู่ไอเดียสร้างสรรค์ จนไปถึงคาดการณ์อนาคต โดยเฉพาะสิ่งที่เป็น “เทคโนโลยีใหม่ๆ” McLuhan’s Questions จะช่วยทำให้เราเข้าใจมันมากขึ้น “แพทเทิร์น” ของ McLuhan’s Questions มีอยู่ด้วยกัน 4 คำถาม วิธีแก้ปัญหานี้…ช่วยให้อะไรดีขึ้น? (Enhancement) วิธีแก้ปัญหานี้…ทำให้อะไรล้าหลังตกยุค? (Obsolescence) วิธีแก้ปัญหานี้…ฟื้นคืนชีพของเก่าเดิมๆ อะไรบ้าง? (Retrieval) วิธีแก้ปัญหานี้…จะนำไปสู่อะไรเมื่อถูกพัฒนาต่อยอดถึงขีดสุด? (Reversal) McLuhan’s Questions ในเรื่องต่างๆ ตัวอย่างเรื่องของ […]

Employee Blaming: ข้อมูลชั้นเลิศที่ใช้ปรับปรุงองค์กร
“WFH แต่ทำงานหนักกว่าเดิม 4 ทุ่มก็ทักมา” “เจอลูกค้ายิงคำถามโหดๆ หัวหน้าชอบโยนมาให้ตอบตลอด” “จ้าง 100 แต่ให้เล่น 1,000,000 แบบนี้ก็เกินไป!!!” จะว่าไปแล้ว “คำบ่น” ของเหล่าพนักงานไม่ใช่ Toxic เสมอไป ถ้าเปิดใจรับฟังก็มีประโยชน์แก่บริษัทและลูกค้าไม่น้อยเลย!! Employee Blaming: ข้อมูลชั้นเลิศที่ใช้ปรับปรุงองค์กร คำบ่นของพนักงานในองค์กร (Employee blaming) อาจเป็น “วัตถุดิบ” ชั้นดีสู่การปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ หรือแม้แต่นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์-นวัตกรรมใหม่ๆ เลยทีเดียว หลายคนเชื่อว่า Customer Feedback ที่มีต่อสินค้าบริการ คือพรที่ต้องรีบน้อมนำมาปรับปรุงแก้ไข แต่ในเมื่อพนักงานของบริษัทก็มีส่วนในการนำเสนอสินค้าบริการนั้น ถ้าเราใส่ใจรับฟังเสียงพนักงานของเราตั้งแต่ต้นทาง ก็น่าจะทำให้ปลายทางดีขึ้นได้? ผลวิจัยจาก Gallup เผยว่า บริษัทที่รับฟังเสียงของพนักงานตัวเองอย่างจริงจังและนำไปทดลองปฏิบัติ มักมีผลกำไรสูงกว่าคู่แข่งถึง 21% แต่ก่อนอื่น เราต้องทำลาย Old Myth ที่มักปักใจเชื่อว่าคำบ่นของพนักงาน… มองโลกในแง่ร้าย แทนที่จะเปลี่ยนให้เป็นโอกาส ไม่มีความอดทนในการทำงาน นิดๆ หน่อยๆ ก็บ่น!! แทนที่จะบ่น เอาเวลาไปคิดหาทางแก้ดีกว่าไหม? […]

Problem Solving Activities: อัพสกิลครีเอทีฟด้วยโจทย์ปัญหาแบบมีกึ๋น
เรามักบอกว่า Creativity คือการ Connecting the Dots เชื่อมโยงสิ่งเดิมจนนำไปสู่สิ่งใหม่ หรือ คิดในแบบที่แตกต่างยังไม่มีใครทำมาก่อน หรือ การคิดในแบบทำน้อยแต่ได้มาก สิ่งเหล่านี้เป็นแก่นหลักชั้นดีของ Creativity แต่ความจริงแล้วมัน “พูดง่าย-ทำยาก” และไม่ใช่ทุกคนที่มีทักษะนี้ ดีกว่าไหม? ถ้าเราจะมีมาตรฐาน “เทคนิคการคิด” ที่ช่วยลับคมสมองให้ครีเอทีฟและอ่านเกมขาดมองเห็นปัญหา แถมยังได้กระชับความสัมพันธ์กับทีม (Team building) รู้ตัวอีกทีซี้ปึ้กกันแล้ว เราไปทำความรู้จัก “Problem Solving Activity” ครีเอทีฟพุ่งด้วยโจทย์ปัญหาแบบมีกึ๋นกัน เปิดด้วยไอเดียที่ “ซื่อบื้อ” ที่สุด นี่เป็นเทคนิคที่เหมาะกับการเปิดการประชุมระดมสมอง เพราะมักเรียก “เสียงหัวเราะ” จากทุกคน ต้องไม่ลืมว่า ความคิดสร้างสรรค์มักเกิดจากการคิดในช่วงอารมณ์ที่ “ผ่อนคลาย” (ยิ่งเครียด ยิ่งคิดไม่ออก) นี่ยังเป็นวิธีในการปล่อยวางอีโก้ของตัวเอง ไม่มีใครผิด ทุกคนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ ไอเดียที่ตอนแรก “ดูเหมือน” ซื่อบื้อโง่เขลา…อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปเมื่อคุณให้เวลาขบคิดกับมัน อยากให้นักท่องเที่ยวมีที่พักอาศัย? ก็เปิดบ้านตัวเองให้เค้าพักซะเลย!! (ต่อมาอาจกลายเป็น Airbnb) อยากให้คนกดลิ้งค์เข้า Website? ก็ลองเขียนสะกดผิดๆ […]

The Lauderdale Paradox: อีกสาเหตุลับของภาวะโลกร้อน
คนรวยที่สุด 80 คนแรกของโลก มีความมั่งคั่งเท่ากับ คนจนที่สุดของโลก 3,500 ล้านคน จะเป็น Top 1% ในอังกฤษ ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ £160,000 ต่อปี จะเป็น Top 1% ในอเมริกา ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ $394,000 ต่อปี ขณะที่เรากำลังพูดถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อหวังว่าเม็ดเงินจะลงมาถึงคนส่วนใหญ่มากขึ้น (Trickle-down) แต่ทำไมความเหลื่อมล้ำกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกที? หนึ่งในเบื้องหลังความเหลื่อมล้ำนี้ คือสิ่งที่เรียกว่า “The Lauderdale Paradox” The Lauderdale Paradox: สาเหตุลับของความเหลื่อมล้ำ James Maitland ผู้มีสถานะเป็นเอิร์ลที่ 8 แห่งลอเดอร์เดล (The 8th Earl of Lauderdale) หนึ่งในสมาชิกชนชั้นนำของจักรวรรดิอังกฤษ ตั้งข้อสังเกตถึงระบบทุนนิยมที่เริ่มก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 18 ว่า มีความสัมพันธ์ที่สวนทางกันระหว่าง ความมั่งคั่งสาธารณะ (Public wealth) และ ความร่ำรวยส่วนตัว (Private […]

ปัญหาแก้ยาก-แก้ไม่ได้ หรือเพราะคุณไม่ Creative มากพอ?
แม้เหล่านักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับโลกจะอยู่ในอุตสาหกรรมที่ต่างกัน ใช้ทักษะต่างกัน แต่มีอยู่ชุดความคิดหนึ่งที่พวกเค้าลงความเห็นตรงกัน นั่นคือ ทุกวิกฤติมีโอกาสซ่อนอยู่ถ้าคุณมองให้เห็น ทุกปัญหาที่เจอทางตันล้วนแก้ได้ด้วยความคิดสร้างสรรค์ “Super Creativity” ที่มีกึ๋นมากพอ แก่นของความ Creative? ความคิดสร้างสรรค์คือการ Connecting the Dots เชื่อมโยงองค์ความรู้จุดต่างๆ เข้าหากัน จากเดิม 2 จุดที่ไม่เหมือนกัน เมื่อมาบรรจบกันแล้ว อาจเกิดเป็นสิ่งใหม่ 1+1 จึงไม่ได้เท่ากับ 2 อีกต่อไป แต่เท่ากับ 3 (หรือมากกว่า) การเชื่อมโยงจุดเข้าด้วยกันนี้เอง ทำให้ความ Creative มักเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่มีอยู่ในแคตาล็อคมาตรฐานให้ “หยิบเลือก” หากแต่ต้องขบคิด “สร้าง” มันขึ้นมาเอง Paul Arden อดีต Creative Director เอเจนซี่โฆษณาเจ้าใหญ่ Saatchi and Saatchi เผยว่า พวกเราหลายคนมักเติบโตมาในสังคมและระบบที่ถูก “ตีกรอบ” จึงทำให้ความคิดแรกที่แว่บขึ้นมาในหัวคนส่วนใหญ่ มักเป็นความคิดตรรกะเหตุผลทั่วไป…แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า Creativity เทคนิคคืออย่าพึ่งเชื่อ-อย่าพึ่งยอมรับ แต่ให้ลองคิดขั้วที่อยู่ “ตรงข้าม” […]

Realizing Future: นวัตกรรมแห่งโลกอนาคตที่กำลังเกิดขึ้นจริงแล้ว
Yuval Noah Harari นักประวัติศาสตร์แถวหน้าของโลกกล่าวว่า “ของหรูหราในอดีต มักกลายเป็นของธรรมดาในปัจจุบัน” ขณะเดียวกัน สิ่งที่เป็นเรื่องจินตนาการเกินเอื้อมของคนยุคปัจจุบัน ก็อาจกลายเป็นเรื่องปกติของคนยุคอนาคต และ “อนาคต” ในยุคปัจจุบันที่อะไรๆ เปลี่ยนแปลงรวดเร็วนี้…ไม่ใช่ 50-100 ปีข้างหน้าเหมือนเช่นในอดีต แต่หมายถึงแค่ 10-20 ปี และในบางวงการ อาจลดลงเหลือแค่ราวๆ 5-10 ปีเท่านั้น เราลองไปสำรวจนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เราเคยได้แต่มโนเพ้อฝันในอดีต…แต่ปัจจุบัน หลายอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแล้ว Autonomous Delivery Delivery service กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Autonomous car ก็กำลังเข้าใกล้ความจริงเชิงพาณิชย์เข้ามาทุกที จึงมีความพยายามรวม 2 อย่างนี้เข้าด้วยกันเป็น “Autonomous Delivery” หรือ การ ส่งของ-ส่งอาหาร แบบไร้คนขับ เช่น Nuro สตาร์ทอัพจากสหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อตั้งเคยเป็นวิศวกรพัฒนารถไร้คนขับมาก่อนจาก Google ได้พัฒนารถไร้คนขับดีไซน์คล้าย เครื่องปิ้งขนมปัง 4 ล้อ ทดลองอยู่ในสนามทดสอบและย่านที่อยู่อาศัยความหนาแน่นต่ำ มาพร้อมเทคโนโลยีไฮเทครอบคัน บริษัทจับมือกับบรรดาเชนซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารใหญ่ เช่น […]

“ชนะใจเพื่อนร่วมงาน” ได้ง่ายๆ เพียงแค่ทำตามนี้
เพราะโลกการทำงาน เราไม่ได้ทำงานตัวคนเดียว แต่ย่อมมีปฏิสัมพันธ์กับ “เพื่อนร่วมงาน” ไม่ว่าจะในตำแหน่งไหน-ระดับไหน-บริบทไหนก็ตาม และเป็นที่ทราบกันดีว่า “เรื่องคน สำคัญไม่แพ้ เรื่องงาน” (สำคัญกว่าด้วยซ้ำในบางครั้ง) จะดีกว่าไหม? ถ้าพอจะมีเทคนิค สร้างความประทับใจ / สร้างการจดจำ / ซื้อใจเพื่อนร่วมงาน จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดี การงานราบรื่น ทำงานทุกวันอย่างมึความหมายและมีความสุข “ชนะใจเพื่อนร่วมงาน” ได้ง่ายๆ เพียงแค่ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้ The 30-Second Rule นี่คือเทคนิคประจำตัวของ John Maxwell นักเขียนและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจแถวหน้าของอเมริกา วิธีการคือให้ “พูดชมอีกฝ่ายภายใน 30 วินาทีแรกของทุกๆ การเริ่มต้นบทสนทนา” ปกติแล้วเวลาพบหน้าผู้คนใหม่ๆ มนุษย์มีแนวโน้ม “ทำให้ตัวเองดูดี” เป็นสัญชาตญาณติดตัวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและให้อีกฝ่ายยอมรับ แต่ก็ประยุกต์ใช้กับการเจอหน้ากันครั้งแรกในแต่ละวันกับเพื่อนร่วมงานได้เช่นกัน The 30-Second Rule จึงเป็นเทคนิคเรียบง่ายที่สอดคล้องกับสัญชาตญาณนี้ “คุณสุชาติ…สูทพี่เท่มาก ตัวใหม่หรือครับเนี่ย” “คุณหมวย…ส้นสูงคู่นี้เข้ากับชุดคุณมาก” “น้องๆ มาก่อนเวลานัดตั้ง 30 นาที ต้องขอขอบคุณจริงๆ นะครับ” การพูดชมคนอื่นอย่างจริงใจ ยังเป็นสัญญาณบอกว่าคุณเป็น […]

Code Red และตัวเลข 2°C : สิ่งที่จะอยู่คู่กับโลกของเราตลอดศตวรรษที่ 21
รู้หรือไม่? โลกของพวกเรากำลังเดินทางเข้าสู่ ยุคแห่งการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (The 6th Mass Extinction Event) และเป็นเหตุการณ์แรกในประวัติศาสตร์ดาวดวงนี้ที่เกิดจากน้ำมือ “มนุษย์” อัตราการสูญพันธุ์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ รวดเร็วกว่า ยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม (Pre-Industrial Revolution) ถึง 1,000 เท่า!! ล่าสุด หน่วยงานของ UN อย่างคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change : IPCC) ได้เผยรายงานชวนตกตะลึงที่ส่งสัญญาณเตือน “CODE RED” โลกเข้าขั้นวิกฤติแล้วจากภาวะโลกร้อน CODE RED และ เนื้อหารายงานบอกอะไรบ้าง? รายงานนี้ของ IPCC มีเนื้อหากว่า 1,000 หน้า เกิดจากการวิเคราะห์งานวิจัยทางวิชาการมากถึง 14,000 ฉบับ!! ถือเป็นรายงานด้านภาวะโลกร้อนที่น่าเชื่อถือและครอบคลุมมากที่สุด ณ ตอนนี้ก็ว่าได้ เนื้อหาเริ่มต้นด้วยข้อเท็จจริงที่เราต้องยอมรับนั่นคือ ภาวะโลกร้อนที่ประสบอยู่นี้ มีสาเหตุหลักที่สุดมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของ “มนุษย์” การปล่อยก๊าซเรือนกระจก / […]

ทำไมคนแต่ละชาติมีสไตล์ทำงานต่างกัน แต่สำเร็จในแบบตัวเองได้?
อเมริกา – วิจารณ์ตรงไปตรงมา เน้นความคิดสร้างสรรค์ ญี่ปุ่น – พิธีรีตอง พิถีพิถัน เน้นทีมเวิร์ค เยอรมัน – มาตรฐานสูง เป็นตัวของตัวเอง เน้นประสิทธิภาพ แต่ละชาติล้วนมี “สไตล์การทำงาน” แตกต่างกันแทบจะอยู่คนละขั้ว แต่ทำไมกลับประสบความสำเร็จในแบบตัวเองได้? ความคิดสร้างสรรค์ เน้นนวัตกรรมแบบฉบับ “อเมริกัน” ชาวอเมริกันมีพื้นฐานสูงลิบด้านสิทธิ “เสรีภาพ” (Liberty) การเปิดโอกาสให้ผู้คนได้คิดในสิ่งที่แตกต่าง ท้าทายชุดความคิดเดิมๆ ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน ชื่นชอบการแข่งขัน ชาวอเมริกันจึงมีความ Individualism สูงในการทำงาน เป็นตัวของตัวเอง กล้าวิพากษ์วิจารณ์แบบเปิดเผย สหรัฐอเมริกายังเป็นชาติที่โปรโมทความเป็นตลาดเสรีเต็มตัว (Free-Market Economy) ไปยังชาติต่างๆ ให้เปิดประเทศเพื่อการค้าขาย นี่คือพื้นฐานความคิดในวงการ “Coaching” ที่สร้างอิทธิพลไปทั่วโลกในวงการธุรกิจ (เช่น ผ่านหนังสือแปล) อุปนิสัยเหล่านี้ สอดคล้องอย่างยิ่งในแวดวง “เทคโนโลยี” ที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และ “นวัตกรรมแบบก้าวกระโดด” ซึ่งอเมริกาก็เป็นเจ้าโลกในเรื่องนี้มาช้านาน ใส่ใจรายละเอียด มีความพิธีรีตอง และเน้นทีมเวิร์คในแบบ “ญี่ปุ่น” พื้นเพคนญี่ปุ่นชื่นชอบใน […]

Interior Office Design: ออกแบบออฟฟิศดี ไอเดียบรรเจิด
W. Clement Stone นักธุรกิจชาวอเมริกันและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ กล่าวว่า “เราคือผลผลิตของสภาพแวดล้อมที่เราอยู่” ไม่ว่าจะอยากเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่คุณคิดอย่างไร? มีทัศนคติอย่างไร? ประพฤติตัวอย่างไร? ล้วนมาจากอิทธิพลสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่ทั้งสิ้น สภาพแวดล้อมส่งผลโดยตรงต่อความคิดสร้างสรรค์ / ทัศนคติ / ความภาคภูมิใจ / อารมณ์ความรู้สึกของคนทำงานหรือผู้อยู่อาศัย สาเหตุเพราะ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ “ปรับตัว” อยู่ตลอดเวลา เป็นทักษะที่ติดตัวมาในกระบวนการวิวัฒนาการตั้งแต่อดีต ถ้าสภาพแวดล้อมหรูหรา…เรามักทำตัวมีระดับ แคร์ภาพลักษณ์ ถ้าสภาพแวดล้อมธรรมชาติ…เรามักรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ เป็นกันเอง ถ้าสภาพแวดล้อมจริงจังเป็นทางการ…เรามักทำตัวเนี้ยบ พิธีรีตอง ซึ่ง “สภาพแวดล้อม” ในที่นี้ ครอบคลุมทั้งเมือง / โรงงาน / บ้าน / และ…สำนักงาน “ออฟฟิศ” ซึ่งเป็นประเด็นที่เราจะพูดถึงกันวันนี้ เราลองไปสำรวจพร้อมกันว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ มีสไตล์การออกแบบออฟฟิศอย่างไรกันบ้าง เพื่อดึงศักยภาพของพนักงานออกมาได้มากที่สุด!! Google แนวคิดออฟฟิศยุคใหม่ของ Google เริ่มเกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ พร้อมๆ กับการก้าวกระโดดของ Starbucks […]

บอกลา Quiet Desperation เป็นเลิศได้…แม้ไม่ได้รักงานที่ทำ
องค์กรวิจัยไม่แสวงผลกำไรอย่าง The Conference Board เปิดเผยผลสำรวจว่า คนทำงานชาวอเมริกันกว่า 50% ไม่พึงพอใจกับชีวิตการทำงานตรงหน้าของตัวเอง…แต่ไม่สามารถเปิดเผยออกมาได้ ซึ่งคาแรคเตอร์นี้ยังเกิดขึ้นในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ ที่มีการแข่งขันสูงด้วย นี่คือภาวะแสนอึดอัดที่เรียกว่า “Quiet Desperation” หรือการใช้ชีวิต “สิ้นหวังจนตรอก” แบบ “เงียบๆ” โดยไม่บอกใคร (หรือบอกไม่ได้) อะไรทำให้เกิด Quiet Desperation? นัยหนึ่ง มาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในการเลือก “เส้นทางชีวิต” ในอดีตของคุณ (เช่น สาขาที่เรียน / งานแรกที่ทำ) ซึ่งส่งผลมาถึงปัจจุบัน ทำให้คุณ “ติดกับดัก” ออกไปไหนไม่ได้ เช่น ชีวิตปูทางมาด้านบริหารธุรกิจ ภายหลังพบว่าตัวเองอยากเป็น “แพทย์” แต่ชีวิตไม่สามารถกลับไปตั้งต้นใหม่ได้แล้ว ทั้งนี้ ยังมาจากการตั้ง “ความคาดหวังที่สูงลิบ” (Colossal expectation) ต่อหน้าที่การงานของคุณเอง ตั้งเป้า เพิ่มยอดขาย 150% แต่ทำได้จริง 50% ตั้งเป้าอายุ 30 ต้องมีโน่นนี่นั่น แต่ถึงเวลาจริงมีไม่ครบ Allan […]

Dunning-Kruger Effect: คนกลางๆ ที่คิดว่าตัวเองเก่ง
เคย Fail ไหม? คิดว่าตัวเอง “รู้ดี” จึงอาสารับผิดชอบโปรเจคท์แล้วมั่นอกมั่นใจ (+มั่นหน้า) ในความคิดและการตัดสินใจเกินไป แต่สุดท้าย…พบว่าตัวเองไร้เดียงสา รับมือปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ และทำให้โปรเจคท์ล้มเหลวในที่สุด บริษัทขาดทุน คู่แข่งแซงหน้า ทีมเสียกำลังใจ ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ตัวเองก็เสื่อมเสีย นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “Dunning-Kruger Effect” Dunning-Kruger Effect คนธรรมดาที่คิดว่าเก่ง David Dunning และ Justin Kruger 2 นักจิตวิทยาจาก Cornell University และเป็นผู้นิยามทฤษฎีนี้ (ที่มาของชื่อ) ได้สรุปสั้นๆ ว่า มันคือภาวะที่ “คนกลางๆ ธรรมดาที่ดันเชื่อสนิทใจว่าตัวเองเก่งจริง” ประเมินค่าความรู้-ความสามารถของตัวเองสูงเกินไป จนวิเคราะห์สิ่งต่างๆ บิดเบือนไปจากความจริง มองข้ามความเสี่ยงที่ซ่อนเร้น (อยู่ขั้วตรงข้ามของ “Imposter Syndrome” คนเก่งจริงที่รู้สึกว่าตัวเองยังเก่งไม่พอ) ทั้งคู่อธิบายว่า ระดับของการ “รับรู้” ว่าตัวเองรู้มีหลายขั้นตอน เรื่องที่ไม่รู้อะไรเลย ว่างเปล่าสนิท…เราจะตระหนักดีว่าตัวเองไม่รู้ พอเริ่มรู้พื้นฐานขึ้นมานิดหน่อย…เราจะเริ่มมโนทึกทักไปเองว่าตัวเองเก่ง แต่พอรู้แอดวานซ์ขึ้นไปอีก…เราจะรู้สึกว่าตัวเองยิ่งรู้น้อย ความมั่นใจลดลง สุดท้าย […]